Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
กูองค์ดำกำดาบตราบชีวา

altalt

กูองค์ดำกำดาบตราบชีวา

 

ลูกหลานไทยอย่าเหลิงไหลยามไร้ศึก         จงสำนึกคุณกษัตริย์ ชาติ ศาสนา
กูองค์ดำกำดาบตราบชีวา                      จึ่งรักษาสืบแคว้นแผ่นดินไทย
ตลอดจนชนม์ชีพกูต้องสู้รบ                    หมื่นแสนศพทหารกูสู้ถวาย
เลือดละเลงหลั่งรินทั่วถิ่นไทย                ให้มึงได้อยู่เย็นเช่นทุกวัน
กูเอาชีพแลกไทยให้มึงอยู่                      กูหวงห่วงชาติของกูอยู่บนสวรรค์
ใจมึงคิดใดอยู่กูรู้พลัน                  คิดสร้างสรรค์หรือคิดการผลาญแผ่นดิน
ถ้ามึงรักภักดีพลีต่อชาติ                  มึงจงคลาดแคล้วภัยใดใดสิ้น
ถ้ามึงชั่วเลวร้ายขายชาติกิน                     มึงจะสิ้นชีพม้วยด้วยดาบกู

 

     นี่คือคำจารึก ณ แท่นพระบรมรูปที่ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งนายทหารสังกัดกองบัญชาการทหารพัฒนาประพันธ์ไว้ อาตมากำลังตามหาเจ้าของรหัส ๗๒๑๔๒ เป็นผู้ประพันธ์

 

      อาตมานำมาเตือนสติ กองกำลังเถื่อน และ เสนาบดีถ่อย ที่อาจเอื้อมเอาพระนามและพระราชดำรัสบางช่วงบางตอนในประวัติศาสตร์ที่คนไทยภูมิใจนักหนามาเล่นแบบไม่รู้ควรไม่ควร

 

     เริ่มจากเหตุการณ์บ้านเมือง ที่เกี่ยวเนื่องกับ การเลือกตั้ง ที่ เสนาบดีถ่อย ท้าทายปรปักษ์ทางการเมือง ให้ไสช้างออกจากใต้ร่มไม้มาชนกัน
ขอคัดลอกข้อความจากสงครามยุทธหัตถีมาเทียบเคียงให้ดูดังนี้

 

     สมเด็จพระนเรศวรทอดพระเนตรเห็นพระมหาอุปราชาทรงพระคชสารอยู่ในร่มไม้กับเหล่าท้าวพระยา จึงทราบได้ว่าช้างทรงของสองพระองค์หลงถลำเข้ามาถึงกลางกองทัพ และตกอยู่ในวังล้อมข้าศึกแล้ว แต่ด้วยพระปฏิญาณไหวพริบของสมเด็จพระนเรศวร ทรงเห็นว่าเป็นการเสียเปรียบข้าศึกจึงไสช้างเข้าไปใกล้ แล้วตรัสถามด้วยคุ้นเคยมาก่อนแต่วัยเยาว์ว่า “พระเจ้าพี่ เราจะยืนอยู่ใยในร่มไม้เล่า เชิญออกมาทำยุทธหัตถีด้วยกัน ให้เป็นเกียรติยศไว้ในแผ่นดินเถิด ภายหน้าไปไม่มีพระเจ้าแผ่นดินที่จะได้ยุทธหัตถีแล้ว”

 

     พระมหาอุปราชาได้ยินดังนั้น จึงไสช้างนามว่า พลายพัทธกอเข้าชนเจ้าพระยาไชยานุภาพเสียหลัก พระมหาอุปราชาทรงฟันสมเด็จพระนเรศวรด้วยพระแสงของ้าว แต่สมเด็จพระนเรศวรทรงเบี่ยงหลบทัน จึงฟันถูกพระมาลาหนังขาด จากนั้นเจ้าพระยาไชยานุภาพชนพลายพัทธกอเสียหลัก สมเด็จพระนเรศวรทรงฟันด้วยพระแสงของ้าวถูกพระมหาอุปราชาเข้าที่อังสะขวา สิ้นพระชนม์อยู่บนคอช้าง

 

     การเล่นการเมืองจนเละแทบหาความเป็นคนไม่เจอก็ว่ากันไปเถอะ แต่การล่วงล้ำก้ำเกิน เหิมเกริมจาบจ้วงสถาบันอันเป็นที่เคารพสักการะครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่เว้นแม้กระทั่ง บุรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าวีรกษัตริย์ผู้กู้ชาติ

 

     ดูจากอายุอานาม บรรพบุรุษฝ่ายมารดาน่าจะลาโลกนี้ไปแล้ว ก็น่าจะเตือนตัวเองได้

 

     กองกำลังนักรบพระองค์ดำที่ตั้งขึ้นมาสู้รบปรบมือกับศัตรู (คนไทยด้วยกัน) อาตมาหาเกี่ยวข้องไม่ แต่ พระนาม ของวีรกษัตริยามหาราชผู้กู้ชาติ ทั้งพระนามเต็มหรือสมัญญานามใด ๆ ไม่บังควรนำมาใช้

 

     เพราะกองกำลังของพระองค์ในอดีตรบกันเลือดนองท้องช้าง เพื่อกอบกู้เอกราชและรักษาชาติบ้านเมือง ตลอดพระชนม์ชีพ ๑๐ ครั้ง ครั้งที่ ๑๑ พอยกทัพไปเหยียบหงสาวดี แต่สวรรคตเสียก่อน

 

     หากยางอายยังมีอยู่บ้าง โปรดหยุดทะลึ่งตึงตังบังอาจ ไม่ว่าประการใด ๆ ที่เกี่ยวกับพระองค์ท่าน แหกตาดูบรรทัดสุดท้ายของบทกวีข้างต้น ว่าพฤติกรรมของคนชั่ว จะจบลงยังไง

 

     มึงจะสิ้นชีพม้วยด้วยดาบกู!