Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
หญิงซูดานโดนตัดสินประหารฐานเปลี่ยนศาสนา คลอดลูกในเรือนจำแล้ว

Meriam 
Yehya Ibrahim Ishag pictured on her wedding day with her husband

 

     ทนายความของ เมเรียม เยห์ยา อิบราฮิม อิชัก สตรีชาวซูดาน วัย 27 ปี ซึ่งเกิดกับบิดาชาวมุสลิมแต่งงานกับชายชาวคริสเตียนและถูกลงโทษประหารชีวิตด้วยการแขวนคอในข้อหาละทิ้งศาสนาเมื่อต้นเดือนนี้หลังจากปฏิเสธที่จะเลิกนับถือศาสนาคริสต์ ได้ให้กำเนิดลูกน้อยในโรงพยาบาลเรือนจำใกล้กรุงคาร์ทูมแล้วเมื่อเช้าวันอังคาร

 

     อย่างไรก็ตาม เธอได้รับอนุญาตให้ดูแลทารกเพศหญิงของเธอเป็นเวลา 2 ปี ก่อนที่จะมีการลงโทษประหาร หลังถูกพิพากษาโดยศาลอิสลาม อิบราฮิมยังถูกลงโทษในข้อหาคบชู้ บนพื้นฐานที่ว่าการแต่งงานของเธอกับชายชาวคริสเตียนจากซูดานใต้ถือเป็นโมฆะ ภายใต้กฎหมายอิสลามของซูดานซึ่งกำหนดว่าสตรีชาวมุสลิมไม่สามารถแต่งงานข้ามศาสนาได้ ทำให้ผู้พิพากษาสั่งลงโทษด้วยการเฆี่ยนเธออีก 100 ที แต่จะเกิดขึ้นภายหลังจากที่เธอพักฟื้นจากการคลอดแล้ว

     รายงานข่าวระบุว่าอิบราฮิม ถูกเลี้ยงดูมาในฐานะชาวคริสต์ออร์โธดอกซ์ ซึ่งเป็นศาสนาของมารดาเธอ เนื่องจากบิดาของเธอซึ่งเป็นชาวมุสลิมหายสาบสูญไปตั้งแต่เธอยังเด็ก ตามรายงานขององค์การนิรโทษกรรมสากล ระบุว่าเธอถูกจับกุมตัวและตั้งข้อหาคบชู้เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว และศาลได้เพิ่มข้อหาละทิ้งศรัทธาในศาสนาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมื่อเธอให้การว่าเธอเป็นชาวคริสเตียนและไม่ได้นับถือศาสนาอิสลาม

ที่มา :: http://www.matichon.co.th/

 
รมว.กิจการศาสนาอินโดฯ “ลาออก” หลังพบทุจริตกองทุน “พิธีฮัจญ์” - ลัดคิวให้ญาติ-ส.ส.ไปเมกกะ

รมว.กิจการศาสนาอินโดฯ “ลาออก” หลังพบทุจริตกองทุน “พิธีฮัจญ์” - ลัดคิวให้ญาติ-ส.ส.ไปเมกกะ

ประธานาธิบดี ซูซิโล บัมบัง ยุโธโยโน แห่งอินโดนีเซีย (ขวา) ต้อนรับ อาลี ซูร์ยาธามา รัฐมนตรีกระทรวงกิจการศาสนา (ซ้าย) ณ ทำเนียบที่พักในวันจันทร์ (26 พ.ค.)

 

     เอเอฟพี - รัฐมนตรีกระทรวงกิจการศาสนาของอินโดนีเซีย ก้าวลงจากตำแหน่งวันนี้ (26 พ.ค.) ภายหลังถูกกล่าวหาว่านำงบประมาณซึ่งควรจะถูกนำไปใช้อุดหนุนชาวมุสลิมที่ต้องการเดินทางไปแสวงบุญ ณ นครศักดิ์สิทธิ์เมกกะ ไปใช้ในทางมิชอบ

     เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หน่วยปราบปรามการคอร์รัปชันระบุว่า ซูร์ยาธาร์มา อาลี ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในการสอบสวนคดีทุจริตองค์กร “พิธีฮัจญ์” หรือการเดินทางไปแสวงบุญที่ซาอุดีอาระเบียในช่วงปี 2012 ถึง 2013

 

     ก่อนหน้านี้ หน่วยงานนี้ระบุว่า ตรวจพบพิรุธในการทำธุรกรรมการเงินประมาณ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในกองทุนพิเศษสำหรับประกอบพิธีฮัจญ์ ซึ่งประกอบด้วยเงินอุดหนุนจากรัฐบาล และเงินสดของผู้ที่วางแผนจะเดินทางไปแสวงบุญ

     ข้อกล่าวหานี้ได้ชุดชนวนให้เกิดความโกรธแค้นในอินโดนีเซีย ประเทศที่มีประชากรชาวมุสลิมมากที่สุดในโลก ที่มีประชาชนหลายล้านคนจ่ายเงินเข้ากองทุนดังกล่าว และต้องรอนานหลายปีกว่าจะได้เดินทาง เนื่องจากมีการกำหนดโควตาผู้ที่ต้องการเดินทางไปแสวงบุญ ณ นครเมกกะในแต่ละปีอย่างเข้มงวด

     อาลี คือบุคคลใกล้ชิดของประธานาธิบดี ซูซิโล บัมยัง ยุโธโยโน คนล่าสุดที่มีส่วนพัวพันในคดีทุจริตคอร์รัปชัน นอกจากนี้ ข่าวอื้อฉาวเช่นนี้ยังอาจสร้างรอยด่างให้แก่ผู้สมัครชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีอย่าง ปราโบโว สุเบียนโต ซึ่งพรรคอิสลามของอาลีหนุนหลังให้สู้ศึกเลือกตั้งซึ่งจะมีขึ้นในเร็วๆ นี้

     เมื่อสุดสัปดาห์ รัฐมนตรีผู้นี้เน้นย้ำว่าจะไม่ลาออก เพราะข้อกล่าวหาเหล่านี้ แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ หลังเข้าพบประธานาธิบดียุโธโยโนในวันนี้ (26)

     ซูดี ซีลาลาฮี เลขาธิการคณะรัฐมนตรีกล่าวกับผู้สื่อข่าวภายหลังการพบกัน ณ ทำเนียบที่พักของประธานาธิบดีในเมืองโบโกร์ นอกกรุงจาการ์ตาว่า “ซูร์ยาธามา อาลี ได้คืนตำแหน่งรัฐมนตรีกิจการศาสนาคืนประธานาธิบดี เนื่องจากเขาไม่ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งนี้”

รมว.กิจการศาสนาอินโดฯ “ลาออก” หลังพบทุจริตกองทุน “พิธีฮัจญ์” - ลัดคิวให้ญาติ-ส.ส.ไปเมกกะ
     เขากล่าวว่า ประธานาธิบดี “ขอให้เขายื่นหนังสือลาออกภายใน 1 หรือ 2 วัน” และกล่าวเสริมว่า อาลียังคงยืนกรานในช่วงเข้าพบประธานาธิบดีว่า “เขาไม่มีส่วนรู้เห็นในการกระทำผิด”

     เหล่าเจ้าหน้าที่สืบสวนการกระทำผิดคอร์รัปชัน กล่าวว่า กำลังสืบสวนความผิดปกติในค่าใช้จ่ายสำหรับการประกอบพิธีฮัจญ์, ค่าที่พักขณะจาริกแสวงบุญ และผู้คนที่ได้รับเลือกให้ไปประกอบพิธีฮัจญ์

     ทั้งนี้ สื่อรายงานว่า อาลีได้แอบช่วยเหลือคน 100 คน ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงญาติพี่น้อง และบรรดาสมาชิกสภา ให้สามารถลัดคิวไปเข้าร่วมพิธีฮัจญ์ แทนที่จะต้องรอนานหลายปีเหมือนชาวอินโดนีเซียโดยส่วนใหญ่

     อย่างไรก็ตาม อาลียังคงดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค “ยูไนเต็ด ดีวีลอปเมนท์” และไม่ได้ถูกควบคุมตัว แม้ว่าสำนักงานปราบปรามการคอร์รัปชันจะสั่งห้ามไม่ให้เขาเดินทางออกนอกประเทศก็ตาม

     ทั้งนี้ เขาคือรัฐมนตรีคนที่ 2 ในคณะรัฐมนตรีของยุโธโยโน ที่ก้าวลงจากตำแหน่งด้วยข้อกล่าวหาทุจริตคอร์รัปชัน โดยคนแรกคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฬาซึ่งลาออกไปเมื่อปี 2012

     กระแสคดีคอร์รัปชันที่กำลังเอ่อล้น ได้สร้างความเสียหายให้แก่พรรคประชาธิปไตยของยุโธโยโน ผู้มีกำหนดจะสละเก้าอี้ในปีนี้ ภายหลังกุมอำนาจบริหารประเทศมานานถึง 1 ทศวรรษ และได้รับเสียงสนับสนุนลดน้อยลงถึงครึ่ง ในการเลือกตั้งรัฐสภาเมื่อเดือนเมษายน

     ในการจัดอันดับภาพลักษณ์การคอร์รัปชันขององค์การเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ พบว่า อินโดนีเซีย รั้งอันดับที่ 114 จากทั้งหมด 117 ประเทศและเขตปกครอง โดยอันดับหนึ่งคือประเทศหรือเขตปกครองที่พบปัญหาคอร์รัปชันน้อยที่สุด

 

รมว.กิจการศาสนาอินโดฯ “ลาออก” หลังพบทุจริตกองทุน “พิธีฮัจญ์” - ลัดคิวให้ญาติ-ส.ส.ไปเมกกะ

 

ที่มา :: http://www.manager.co.th/

 

 
«StartPrev12345678910NextEnd»

Page 6 of 73