Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
“ผู้นำศาสนา จชต.” พบ “แม่ทัพภาค 4” สร้างความเข้าใจก่อนเข้าเดือน “รอมฎอน”

“ผู้นำศาสนา จชต.” พบ “แม่ทัพภาค 4” สร้างความเข้าใจก่อนเข้าเดือน “รอมฎอน”

 

     ยะลา - ผู้นำศาสนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าพบแม่ทัพภาค 4 หารือสร้างความเข้าใจร่วมกัน ก่อนก้าวเข้าสู่เดือน “รอมฎอน” ขณะที่ผู้นำศาสนาแถลงข่าวขอให้พี่น้องมุสลิมพร้อมเพรียงกันปฏิบัติตนตามแนวทางหลักศาสนาอย่างถูกต้อง ปฏิเสธการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ เนื่องในเดือนอันประเสริฐ

     วันนี้ (14 มิ.ย.) เมื่อเวลา 10.20 น. ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พล.ท.วลิต โรจนภักดี แม่ทัพภาค 4 และผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้เข้าพบกับตัวแทนผู้นำศาสนา ผู้นำสถานศึกษา คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ห้องรับรอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เพื่อหารือสร้างความเข้าใจร่วมกัน ในโอกาสก้าวเข้าสู่เดือนรอมฎอน ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1435 ซึ่งถือเป็นเดือนแห่งความสำคัญในการปฏิบัติศาสนากิจตามหลักศาสนาของพี่น้องที่นับถือศาสนาอิสลามทั่วโลก

 

“ผู้นำศาสนา จชต.” พบ “แม่ทัพภาค 4” สร้างความเข้าใจก่อนเข้าเดือน “รอมฎอน”

 

     หลังจากนั้น ตัวนายแวดือราแม มะมิงจิ พร้อมด้วย ตัวแทนผู้นำศาสนาในพื้นที่ได้ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เพื่อชี้แจง และขอความร่วมมือไปยังพี่น้องที่นับถือศาสนาอิสลามในพื้นที่ ให้ถือปฏิบัติตนเนื่องในโอกาสที่เดือนรอมฎอนอันประเสริฐ ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1435

     “กระผมในนามผู้แทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดชายแดนภาคใต้ สภาอูลามาอฺ สมาคมสถาบันการศึกษาปอเนาะ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สมาพันธ์โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดภาคใต้ มัรกัสนูรอัลอิสลาม และชมรมมุสลิมภารดรภาพ ขอถือโอกาสนี้เชิญชวนให้พี่น้องมุสลิมทั้งหลายร่วมตั้งเจตนาที่จะปฏิบัติศาสนกิจในเดือนอันสำคัญนี้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ และร่วมกันรักษาคุณค่า และความบริสุทธิ์ของรอมฎอนด้วยการปฏิบัติ ดังนี้

 

“ผู้นำศาสนา จชต.” พบ “แม่ทัพภาค 4” สร้างความเข้าใจก่อนเข้าเดือน “รอมฎอน”

 

     1.ขอเชิญร่วมพิธีละหมาดฮายัต เพื่อขอพรจากอัลลอฮ์ (ซ.บ.) ให้ประทานความสงบสุข ปราศจากเหตุร้ายรุนแรง สามารถปฏิบัติภารกิจในเดือนสำคัญอย่างราบรื่น ในวันที่ 18 มิถุนายน 2557 เวลา 10.00 นาฬิกา ณ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี โดยมีผู้นำศาสนา และประชาชนร่วมพิธี 2.ร่วมกันถือศีลอดด้วยความศรัทธาตลอดรอมฎอน ปฏิบัติตามแบบอย่างของศาสดาด้วยการละหมาดในยามค่ำคืน อ่านอัลกุรอาน และปฏิบัติอื่นๆ ตามหลักศาสนาอย่างเคร่งครัด

     3.ร่วมกันดูแลครอบครัว และบุคคลที่ตนรักให้มั่นคงอยู่ในแนวทางของศาสนา ร่วมกัน ลด ละ เลิก สิ่งเสพติดที่เป็นโทษ ตลอดจนอบายมุขทั้งปวงตลอดทั้งเดือนรอมฎอน 4.ขอความร่วมมืองดเว้นการเปิดร้านจำหน่ายอาหารในเวลากลางวัน และไม่จำหน่ายประทัด หรือสิ่งที่เป็นอันตราย สร้างความเดือนร้อน และรบกวนผู้อื่น 5.ร่วมกันปฏิเสธการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ เพื่อคืนความสุขให้ประชาชน และคืนสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

“ผู้นำศาสนา จชต.” พบ “แม่ทัพภาค 4” สร้างความเข้าใจก่อนเข้าเดือน “รอมฎอน”

 

     ในเดือนอันเป็นมหามงคลนี้ กระผมพร้อมคณะ ขอวิงวอนความเมตตาจากอัลลอฮ์ พระผู้เป็นเจ้า ทรงประทานความรัก ความสามัคคี ความร่มเย็นเป็นสุข และดลบันดาลให้พี่น้องมุสลิม ทุกท่านมีสุขภาพกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ มีสุขภาพจิตที่เข้มแข็ง ประกอบภารกิจการถือศีลอดในเดือนอันประเสริฐนี้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ทุกประการ” นายแวดือราแม กล่าว

ที่มา ::; http://www.manager.co.th/

 
ก้าวแรกนิสิตสันติศึกษาป.โทมจร.รุ่น๒ที่ศูนย์พัฒนาศาสนาแคมป์สน

 

     ศูนย์พัฒนาศาสนา แคมป์สน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เดิมเป็นสถานที่พักของวิศวกร ช่าง และคนงานอื่นๆ ของผู้ได้รับสัมปทานการสร้างถนนสายหล่มสักพิษณุโลก ช่วงระยะเวลา ๓ ปี (๒๕๐๐-๒๕๐๓) เมื่อสร้างถนนเสร็จแล้ว ได้ยกที่พักเหล่านี้ให้แก่กรมทางหลวงแผ่นดิน เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๗ อาจารย์พร รัตนสุวรรณ ได้มาพบสถานที่แห่งนี้ ซึ่งบ้านพักหลายหลังอยู่ในสภาพทรุดโทรมมากจึงได้ติดต่อประสานงานกับกรมทางหลวงแผ่นดิน เพื่อขออนุญาตใช้สถานที่โดยปรับปรุงซ่อมแซม และปลูกสร้างอาคารสถานที่เพิ่มเติมตามความเหมาะสม ปรับปรุงสภาพแวดล้อมพัฒนาให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ฝึกสมาธิเจริญวิปัสสนาแก่พระนิสิตของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยและประชาชนทั่วไป

     ภูมิลักษณะของศูนย์พัฒนาศาสนา แคมป์สน มีพื้นที่มากกว่า ๒,๐๐๐ ไร่ ตั้งอยู่บนพื้นที่สูง ทำให้มีอากาศเย็นสบาย ศูนย์นี้มีการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการปลูกป่า อนุรักษ์ธรรมชาติไว้ให้เป็นสวนป่า มีสระน้ำ ดังนั้นสภาพต้นไม้ทั่วไปจึงเป็นป่าสน ๓ ใบและต้นไม้อื่นๆ นานาชนิดเขียวขจีร่มรื่นเจริญตา เหมาะที่จะเป็นธุดงคสถานอย่างยิ่ง ตั้งอยู่ที่ ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ระหว่างทางหลวงสายเอเชียหมายเลข ๑๒ สายหล่มสักพิษณุโลก ระหว่าง กม.ที่ ๙๙-๑๐๐ต่อมา อาจารย์พร ซึ่งเป็นอาจารย์สอนท่านหนึ่งของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้มอบสถานที่แห่งนี้ให้มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยดำเนินการ และมีศรีเพ็ญ จัตุทะศรี รับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการศูนย์

     ขณะนั้นอาจารย์พร มีเงินติดตัวไม่กี่ร้อยบาท และเงินส่วนอื่นก็ไม่มี อาจารย์พร เริ่มวิ่งเต้นหาเงินที่จะมาสร้างบ้านพัก และงานอื่นๆ อีกมาก เงินที่ได้มาเตรียมการครั้งนี้ได้มาจากบรรดาลูกศิษย์ สมาชิกหนังสือวิญญาณ และผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันบริจาคให้ อาจารย์พรทำงานทุกอย่าง เป็นทั้งนักก่อสร้าง เป็นผู้สั่งงาน เป็นผู้ติดต่อและประสานงานเอง ด้วยความเหน็ดเหนื่อย และไหนจะต้องเดินทางไป-กลับระหว่างกรุงเทพฯ-แคมป์สน แทบทุกอาทิตย์ เพื่อหาทุนมาสร้างศูนย์นี้ให้สำเร็จ คณะที่ช่วยงานครั้งนี้ก็มีนิสิต นักศึกษา และคณะร่วมงาน กับอาจารย์พร ท่านเหล่านั้นมีจิตใจมั่นคงต่อพระพุทธศาสนา ได้ติดตามอาจารย์พร มาฝึกสมาธิและปฏิบัติธรรมในการเจริญปัญญาให้เกิดขึ้นแก่ตนช่วงระยะปิดเทอม

     ดังนั้นรุ่นบุกเบิกแรกๆ นี้ จึงเหน็ดเหนื่อยแทบทุกคน ผลแห่งคุณความดีของอาจารย์พร ที่ได้ยึดมั่นในคุณพระรัตนตรัย ทุกคนที่ร่วมงานกับอาจารย์พร ก็มีจิตใจเป็นกุศลและได้ทำงานด้วยความเสียสละ ทั้งกำลังกายกำลังใจกำลังทรัพย์ และกำลังสติปัญญา ปัจจัยที่อาจารย์พร นำมาดำเนินงานส่วนใหญ่ได้มาจากอานิสงส์การสร้างพระรูปล็อกเกต อนุสรณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นส่วนใหญ่ แต่เงินที่ได้มาก็ยังไม่พอ เพราะจำนวนเงินที่ได้มาจะต้องนำมาสร้างบ้านพัก ตัดถนน และการเตรียมงานวางศิลาฤกษ์พระเจดีย์อิสรภาพ อนุสรณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตามที่พระองค์รับสั่งให้สร้างขึ้น

     พิธีวางศิลาฤกษ์พระเจดีย์อิสรภาพ ได้เริ่มขึ้นในเวลา ๐๙.๐๐ น. ของวันอาทิตย์ที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๑๘ ตรงกับขึ้น ๑๕ ค่ำ เพ็ญวิสาขบูชา พระสงฆ์ ๑๘ รูปเจริญพระพุทธมนต์ ได้มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ อาทิ นาย ศักดิ์ศิลป์ สุขะจาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นาย ละเมียน อัมพะวะศิริ หัวหน้าเขตการทางพิษณุโลก- หล่มสัก นายประวัติ วงศ์กำแหง หัวหน้ากองฝึกอบรม นายมนัส คอวนิช อธิบดีกรมการขนส่งทางบก พร้อมข้าราชการตำรวจ ทหาร และประชาชนทั่วไป มาร่วมในพิธีวางศิลาฤกษ์อย่างพร้อมเพรียงกัน

ศูนย์พัฒนาศาสนาแคมป์สน มจร.๒๐ หมู่ ๔ ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ โทร.๐-๕๖๗๕-๐๐๖๘

ปณิธานอาจารย์พร

     อาจารย์พร จึงมีนโยบายที่จะให้พระนิสิตได้เข้ามาศึกษาอบรมและปฏิบัติธรรม ซึ่งจะทำให้พระนิสิตและพระเจ้าหน้าที่ของมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้มารู้จักและได้มาสัมผัสกับสถานที่แห่งนี้ ซึ่งต่อๆ ไป จะได้เกิดความคิดความตั้งใจในอันที่จะส่งพระเจ้าหน้าที่และพระนิสิตมาอยู่ประจำ และจะได้ดำเนินงานตามโครงการตามที่ได้เขียนเอาไว้ เพื่อให้งานของศูนย์พัฒนาศาสนาแคมป์สน ได้ดำเนินไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ อาจารย์พร จึงกำหนดโครงการไว้ให้มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้เข้ามาศึกษาและปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

๑.ส่งเสริมการปฏิบัติทางสมาธิและวิปัสสนาแก่นักศึกษาทั้งหลาย ทั้งที่เป็นพระภิกษุสงฆ์และฆราวาส

๒.ชักชวนนักเรียนและนักศึกษาให้มาเข้าค่ายอบรมในทางศาสนาระหว่างปิดเทอม หรือระหว่างที่นักเรียนมีเวลาว่าง

๓.ชักชวนผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญในงานต่างๆ ให้ได้มีโอกาสเข้ามาปฏิบัติธรรม และให้มีโอกาสสัมมนากัน เพื่อหาทางส่งเสริมให้ศาสนาเข้าไปมีบทบาทอยู่ในชีวิตประจำวันของคนทุกชั้น ทุกอาชีพ

๔.รวบรวมตำราทางศาสนาทุกประเภท และส่งเสริมให้ความสะดวกทุกอย่างแก่ผู้ที่ทำการศึกษาค้นคว้าหลักวิชาทางศาสนาทุกสาขา

๕.วิจัยการสอนและการเผยแพร่ศาสนาแก่คนทุกชั้น ทุกอาชีพ และทุกวัยเพื่อให้มีผลออกมาจริงๆ ตามวัตถุประสงค์ของศาสนา

๖.ส่งเสริมการศึกษาของชาติตามหลักศาสนา เพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสได้ศึกษาและรู้จักช่วยตัวเองได้ ไม่ว่าจะสำเร็จการศึกษาในระดับไหน

๗.ส่งเสริมการเศรษฐกิจและสังคมตามหลักศาสนา

๘.ส่งเสริมการสร้างป่าและรักษาป่ามิให้ถูกทำลาย

ก้าวแรกนิสิตสันติศึกษาปริญญาโท 'มจร.' รุ่นที่ ๒

     พระนิสิตของ มจร. ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน หลังจากได้เรียนรายวิชาในแต่ละปีแล้วก็จะมีการปฏิบัติธรรมด้วยไม่จะเป็นระดับใด ศูนย์พัฒนาศาสนาแคมป์สนจึงเป็นสถานที่หนึ่งที่ตั้งขึ้นมาเพื่อการนี้ เช่น ล่าสุด ระหว่างวันที่ ๗-๙ มิถุยาน นิสิตหลักสูตรพุทธศาตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาสันติศึกษาทั้งพระและฆราวาสเกือบ ๓๕ รูป/คน ภายใต้การนำของพระมหาหรรษา ธัมมหาโส, ผู้อำนวยการสถาบันภาษา มจร. ในฐานะหัวหน้าหลักสูตร ก็ได้เดินทางไปใช้สถานที่ในการจัดกิจกรรมปฐมนิเทศนิสิตใหม่รุ่นที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๗

     หลักสูตรดังกล่าวเป็นการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาภายใต้ความร่วมมือระหว่าง มจร. สถาบันพระปกเกล้า สำนักงานศาลยุติธรรม เมื่อมีนิสิตเข้ามาศึกษาในสถาบันแห่งนี้เป็นจำนวนมากขึ้น หลักสูตรจึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญที่จะต้องมีการแจ้งรายละเอียดในการเข้าศึกษาในหลักสูตรและเพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันนี้แก่นิสิตทุกคนที่เข้ามาเป็นนิสิตในหลักสูตร การปฐมนิเทศนักศึกษาเป็นกิจกรรมหนึ่งที่จะทำให้นักศึกษาที่เข้ามาศึกษาได้รับข้อมูลการเรียนการสอน พร้อมทั้งปรับตัวในด้านการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม

     กิจกรรมการปฐมนิเทศนิสิตใหม่ เริ่มตั้งแต่เช้าเวลา ๐๕.๓๐น. ทำวัตรเช้าและสวดมนต์เพื่อสันติภาพ เดินธรรมยาตราไปที่รูปปั้นอาจารย์พร รัตนสุวรรณ เพื่อรำลึกถึงอดุมการณ์ในฐานะที่เป็นฆราวาสคนหนึ่งที่อุทิศตนเพื่อบุคคลอื่น หลังจากนั้นเป็นพิธีมอบตัวเป็นศิษย์ การแนะแนวหลักสูตรในหัวข้อ สันติศึกษา: ศึกษาอย่างไรกายใจจึงสันติ ตามด้วย Work Rally รับขวัญน้องใหม่จากใจรุ่นพี่ : พี่พาน้องประคองสันติ ช่วงเย็นก็จะเป็นทำวัตรเย็น ปฏิบัติสมาธิภาวนาพัฒนาสันติภายใน และจุดเทียนอุดมการณ์เพื่อสันติภาพ

     นอกจากนี้ยังได้รับฟังการบรรยายพิเศษ เรื่อง “รูปแบบและแนวทางการเสริมสร้างชุมชนเพื่อสันติภาพ” โดย ดร.เกษร วงศ์มณี สาธารณสุข อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เดินทางไปศึกษาดูงานรูปแบบและแนวทางการเสริมสร้างชุมชนเพื่อสันติภาพ ณ ศูนย์ไกล่เกลี่ยชมชน ต.ปากดุก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งถือเป็นหมู่บ้านต้นแบบแห่งสันติสุข

     พระมหาหรรษาได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ที่นำนิสิตไปปฐมนิเทศที่ศูนย์พัฒนาศาสนาแคมป์สนว่า ก็เพื่อให้นิสิตได้สัมผัสกับธรรมชาติเพื่อเป็นแรงกระตุ้นในการสร้างสันติภายในใจอย่างที่พระพุทธเจ้าได้ทรงกระทำในอดีต เป็นการตามรอยนักสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในโลก เพราะหากนักสันติวิธีไม่มีสันติภายในใจตนแล้วจะนำอะไรสร้างสันติให้สังคมได้ที่กำลังรออยู่ขณะนี้

 

 

ที่มา :: http://www.komchadluek.net/

 
«StartPrev12345678910NextEnd»

Page 2 of 73